A letter from Mar 07, 2025

Time Travelled — 12 months

Peaceful right?

สวัสดีตัวเราในปี 2026 ไม่แน่ใจว่าได้รับของปีที่แล้วรึยัง ทำไมเหมือนจะไม่ได้รับนะ ไหนๆก็ยังอยู่ในช่วงต้นปี ขอรวบยอดช่วงปลายๆปีที่แล้วเลยละกัน (2024) เดือนมิถุนาเราได้พบกับคนๆนึง รู้จักผ่านรุ่นพี่อีกที ไม่อยากลงรายละเอียดเพราะเศร้าเกินไป 55555 แต่คุยกันได้ไม่นานก็ตกลงคบเป็นแฟน ตอนนั้นมันดีมากนะ รู้สึกได้ว่าเขาเองก็รักเรา แต่มันมาเปลี่ยนไปช่วง 4-5 เดือนให้หลัง เขาเป็นไทรอยด์ ตรวจเจอตั้งแต่ม.ปลาย เห็นว่าใช้ชีวิตได้ปกติเลยไม่ขยันกินยา แต่พ่อแม่เขาเป็นห่วงก็รบเร้าให้ไปหาหมอ หลังจากที่ไปและต้องรับการรักษาโดยการกลืนแร่ อาการเขาก็หนัก เดี๋ยวก็ตัวชา มีไข้ จะอ้วก ป่วยออดๆแอดๆ จนเขานอนทั้งวัน แทบไม่ได้เจอไม่ได้ตอบแชทกันเลย เราพยายามจะเชื่อเขานะ ก็ป่วยจริง แต่ไอ้ที่มาหามาเจอไม่ได้ แค่ตอบแชทหรือโทรหาก็น้อยลงจากที่เมื่อก่อนต้องโทรทุกวัน เล่านู่นนี่ให้กันฟัง ไปขับรถเล่น พอเขาเปลี่ยนไปมันก็นำมาซึ่งความระแวง พอเราระแวงขี้หึงปุ๊บ ความรู้สึกเขาคงน้อยลงมั้ง ห่างกันแบบวันนึงตอบแค่ 2-3 ข้อความ จนถึงที่สุดไม่คุยกันไปเลย สรุปได้ว่ามันคือการเลิกกัน เอาแค่นี้พอ เราเสียใจ ไม่อยากลงรายละเอียดมากกว่านี้แล้ว 55555 ในส่วนของเรื่องงาน ช่วงที่ได้คบกับเขาเลย ก็ได้งานใหม่ที่บริษัทเครื่องสำอาง เจ้านาง ตำแหน่ง Content Creator แต่เขาระบุไว้ว่างานเขียน ไอ้เราก็นึกว่าจะได้อยู่กับบทความ/ตัวหนังสือเป็นหลัก แต่เปล่าเลย ต้องใช้โปรแกรมแต่งรูปสินค้าลงเพจ ถ่ายรีวิวหน้าตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่ทางเราเลย ปกติโซเชียลของตัวเองยังไม่ค่อยจะถ่ายรูปลง แต่ผลก็เป็นไปในแบบที่ดีกับเราแล้ว คือไม่ผ่านโปร เดือนสิงหาเริ่มงานที่ใหม่ เป็นธุรการฝ่ายขายและการตลาดให้กับบริษัทอสังหาแห่งนึง พอเราเริ่มเป็นงานทุกอย่างประเดประดังเข้ามาทันที หน้าที่ความรับผิดชอบเยอะมาก และด้วยความที่งานเยอะและเป็นงานเอกสาร มันก็มีจุดให้พลาดเยอะ พอพลาดปุ๊บโดนด่า ซึ่งเรายอมรับได้เพราะผิดจริง แต่หลายครั้ง เซลล์ให้ลูกค้าเซ็นสัญญาไม่ครบทุกจุด มันผิดมาตั้งแต่ต้นทาง เราโดนด่าหนักสุด ข้อหาคือเราไม่เช็คก่อนส่งไปรษณีย์ให้ทางสำนักงานใหญ่ โอเคเรายอมรับว่าไม่เช็คจริง แต่มันมีคนที่ผิดมากกว่าเราอีกไม่ใช่หรอ นั่งอยู่ตรงนั้นกับลูกค้าแท้ๆไม่ได้เช็คหรอว่าเขาเซ็นไม่ครบ แต่ดันกลายเป็นว่าเราโดนหนัก แบบหนักเลย หรือเพราะพี่คนนั้นเขาอาวุโส? จากนั้นก็มีการประเมิน ตอนแรกเราผ่าน บอกที่บ้านไปด้วยความดีใจ(คือที่นี่ไม่ใช่บริษัทใหญ่ เจ้านายจะมาจากสำนักงานใหญ่ที่สมุทรปราการบ้าง พาไปเลี้ยงข้าว ให้เงินค่าน้ำมัน ซื้อของแพงๆให้ นอกจากเงินเดือนก็มีค่าอาหารกลางวัน 1,200 ค่าโทรศัพท์อีกเดือนละ 500 ยายเราเลยโอเค อยากให้ทำที่นี่ระหว่างรอสอบราชการผ่าน) แต่เกิดเหี้ยไรไม่รู้ตอนนั้น ผิดพลาดอะไรเล็กน้อยสักอย่าง ย้ำว่าเล็กน้อยจริงๆ แต่เหมือนเขาก็ตราหน้าเราไปแล้วว่าเป็นอีตัวผิดพลาด เอาเรื่องนั้นมาเทิร์นโปรเรา คือจากที่ผ่านแล้วกลายเป็นไม่ผ่าน ต่อโปรเราไปอีก อ้างว่าให้โอกาส ซึ่งระหว่างนั้นก็มีอะไรเล็กน้อย แบบเรารักษาโรคทางจิตอยู่ ต้องกินทั้งยานอนหลับและยาต้านเศร้า วูบหลับตอนทำงานบ่อยมาก ละวันนั้นประชุม นี่เผลอสัปหงก โดนด่าแล้ว 1 แมทช์ ถัดมาเราทำรายงานประจำสัปดาห์พลาด ด้วยความไม่มีสติหรืออะไร โดนผู้จัดการจากสำนักงานใหญ่โทรมาด่าเลย ใช้คำว่าด่าได้ถึงแม้จะไม่มีคำหยาบ จนหัวหน้าที่อยู่ด้วยเขาบอกว่า "ถือว่าเรามีความอดทนมากกว่าเด็กเจนเดียวกันนะ ถ้าเป็นปกติโดนด่าขนาดนี้คงลาออกไปแล้ว" คิดว่าหนักปะล่ะ ก็สรุปว่าต่อโปรมาจนเข้าเดือนที่ 6 เขาบอกถ้ายังมีอะไรผิดอีกคงต้องแยกย้าย ซึ่งนี่ไม่ได้จิตตกกับคำนั้นเลย จากที่โดนๆมาเยอะ ให้ออกตอนนี้ก็ไม่เสียใจ อายุงาน 6 เดือนและยังมีงานก่อนหน้านี้อีก ประวัติไม่น่าเกลียดแล้วแหละถ้าจะหางานใหม่ ซึ่งพอโดนเขาด่าปุ๊บ หลังจากวันนั้นเราระมัดระวังมาก งานไม่มีผิดอีกเลย แต่มันยังมีเรื่องอื่นอยู่ดี คือช่วงนั้นเจ้านายมา ปกติเราชอบออกไปหาข้าวกินร้านใกล้ออฟฟิศ ย้ำว่าใกล้ออฟฟิศเพราะนี่ก็ไม่ค่อยรู้จักร้านอาหาร ละวันนั้นเรามีงานข้างนอกตอนบ่าย ก็กะว่าเที่ยงกินข้าวเสร็จ เดินทางไปถึงที่นัดหมายก็บ่ายพอดี ออกไปทีเดียวเลย ละรุ่นพี่คนนึงโทรมา พอรู้ว่าเราไปกินข้าวข้างนอกเขาบอก ไปกินข้างนอกเลยหรอ ไม่กลัวพี่มานะ(ชื่อ CEO)มาหรอ ฟีลแบบเขาไม่อยากให้เจ้านายเห็นว่าสำนักงานขายว่าง ไม่พอค่ะ พิมพ์แท็กชื่อเราลงไลน์กลุ่ม บอกว่าทีหลังถ้าเจ้านายมารบกวนไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกนะ อ่ะ กูเกลียดละ 1 ไม่ชอบการโดนประจานแบบนี้ คุณตำหนิเราส่วนตัวแล้วไง และเราก็รับทราบแล้ว ละอีกรอบคือเราเข้าใจว่าแกกลับแล้วเพราะมีพนักงานคนนึงบอกว่าเห็นลูกน้องไปส่ง(ซึ่งวันนั้นก็เป็นกำหนดเดินทางกลับของแกจริงๆ) เราเลยคิดว่ากูคงมีสิทธิ์กินข้าวข้างนอกได้แล้วเนอะ สรุปนางคนเดิมโทรมา ทำน้ำเสียงหงุดหงิดและบอกว่า "ทำไมหนูนาติดนิสัยกินข้าวข้างนอกวะ" ละก็แบบเดิมคือกลัวเจ้านายเข้าออฟฟิศละเห็นว่าสำนักงานขายว่าง เขายังไม่กลับ คือเอาจริงๆมั้ย เจ้านายเขาใจดี แบบใจดีมาก ต่อให้เขามาเห็นว่าไม่มีคนอยู่ แต่เราออกมาตอนเที่ยงเป๊ะๆไง แกเห็นว่าเป็นเวลาพักเที่ยง คงไม่ใจจืดใจดำด่าว่า "เห้ย ทำไมไม่สั่งมากินแทน จะออกไปกินข้างนอกทำไม ถ้าลูกค้ามาล่ะ" คือเจ้านายเขาไม่ใช่คนแบบนั้นเลย และเราก็ไม่ได้ออกไปแบบ อยู่ดีๆบ่ายสองกูนึกจะออกไปกินก็ไป นี่ไปในเวลาพักเที่ยงนะ เรื่องไร้สาระกูก็โดนด่า กำลังคิดเรื่องลาออกจริงจังละตอนนั้น ถัดมาคือเรามีหน้าที่ดูแลเอกสารฝ่ายขายทุกอย่าง หมู่บ้านเรามี 3 ทำเล เอกสารนั้นเป็นของทำเลไหนต้องเอาไปไว้ที่นั่น ละมันมีเอกสารชุดนึงพี่เซลล์บอกหาไม่เจอ หาจนตาแตก โทรมาถามเราในวันหยุดซึ่งปกติเอกสารเกี่ยวกับงานเราเก็บไว้บนรถตลอดเวลาเพื่อกันหาย ยังไงเราก็ใช้รถอยู่คนเดียว พอเขาบอกหาไม่เจอ อีนี่ก็ไม่กล้าตอบแบบไม่มั่นใจเดี๋ยวด่ากูอีก เลยบอกว่าถ้างั้นก็อยู่บนรถหนูแหละค่ะ ทีนี้พอวันทำงานบนรถเราเองก็หาไม่เจอ ชีก็ตาม โวยวายใหญ่เลยสรุปไปแล้วว่ามันหาย ซึ่งทางเรามั่นใจมากว่าถ้าไม่อยู่บนรถคือเราอาจจะเอาไปวางไว้แล้ว(ยอมรับว่าจำไม่ได้จริงๆเพราะเอกสารที่อยู่กับเรามันเยอะมาก ทุกครั้งคือเอาไปวางแหมะไว้แล้วก็ไปทำงานอื่นต่อ) นี่ก็เข้าไปที่นู่นเลย หัวหน้าเราประจำที่นั่นเขาก็มาด่าเราอีก บอกว่าพี่ลองหาแล้วไม่เจอเหมือนกัน ถ้าหายจะรับผิดชอบยังไง ในใจกูอยากบอกมากว่ารับผิดชอบโดยการลาออกค่ะ 555555 แต่เราคิดตลอดเลยนะว่าเราอ่ะไม่ใช่คนทำของหายง่ายๆ โดยเฉพาะเอกสารเกี่ยวกับงาน ถ้าไม่ใช่เวลางานเราทิ้งไว้บนรถแล้วล็อคอย่างดี แบบไม่แตะ ไม่วางมั่ว นี่อยากตอกกลับไปมากว่า "แล้วถ้าหนูหาเจอล่ะคะ" สรุปเราหาเจอจริงๆ ไม่ถึงสิบนาที ตอนนั้นสะใจมาก พูดไปด้วยเสียงนิ่งๆว่า "นี่ไงคะ" ละทุกคนคือเอ๋อแดกกันหมด เพราะมันไม่ใช่ว่าอยู่ในห้องน้ำ ลิ้นชักหรืออะไรเลย มันวางอยู่บนกองเอกสารนั่นแหละ หาตาแตกกี่โมงก่อน ถ้าหาตาแตกจริงต้องเจอนะ แต่เชื่อปะ เราโดนด่าอยู่ดี 555555 ข้อหาคือจำไม่ได้ และถ้าจำไม่ได้ก็ไม่ถ่ายรูปบอกว่าวางไว้ตรงนี้นะ โคตร gaslight คือโยนกลับมาให้เราละเราก็คิดว่าตัวเองผิดจริงด้วย แต่แบบนี่ยืนยันไปแล้วนะว่ามันไม่หาย ไม่มีทางหาย แต่สรุปกันเอาเองไปแล้วและด่าเราไปแล้วอะ อีคนแรกที่หาก็ผิดนะเอาจริง มึงตาถั่วอะ แล้วมาตีโพยตีพายใส่เรา พอบอกไปว่ามันอยู่ตรงนี้ นางอ่อนลงทันที แบบมันน่าจะทับๆกันมั้งพี่เลยหาไม่เจอ จริงๆเราต้องการคำขอโทษอยู่นะ 555555 จากนั้นหัวหน้าก็เรียกคุย มองว่านี่คือความผิดพลาด(ผิดยังไง มันก็แก้ไขได้แล้วและคนที่แก้ได้ก็คือเราอะ) คุยเปิดใจกันแกถามเลยว่าเรามีความสุขกับงานตรงนี้มั้ย นี่เลยบอกไม่ 55555 เขาก็คุยดี และสงสัยมาสักพักแล้วว่าเรามีความสุขมั้ย เดี๋ยวก็คนนู้นว่าคนนี้ว่า เดี๋ยวก็เรื่องนี้เข้ามาเดี๋ยวก็เรื่องอื่น(แน่ะ ตัวเองก็รู้หนิ) ก็บอกแกไปว่าคิดเรื่องลาออกมาสักพักแล้ว เขาก็บอกโอเคเพราะจริงๆทางผู้จัดการเขามองว่าความสามารถเราไม่ถึงเกณฑ์ ตั้งใจจะไม่ให้ผ่านโปรแล้ว งั้นจะลงเป็นว่าให้เราลาออกเองจะได้ไม่เสียประวัติ **อันนี้คือเดือนกุมภาปี 2025 ก็คือปีนี้แล้วนะ** เขาบอกให้เวลาเราหางานใหม่และยังมีเงินเดือนใช้อยู่ คือจะให้อยู่ถึงปลายมีนาเลย ตอนนั้นกลางเดือนกุมภา ตอนแรกนี่ก็ตกลงนะ แบบมันโล่งแล้วอะ กูจะไปละ แต่ก็เกิดเรื่องอี๊ก คือมันมีสัญญาเช่าป้ายฉบับนึง ตอนนั้นหัวหน้าฝ่ายการตลาดแกมาจากสำนักงานใหญ่ พี่คนตรวจเอกสารที่สำนักงานใหญ่แกบอกเรารีบทำแล้วเอาให้เขาเซ็นเลย แต่วันนั้นเซลล์ไม่มีใครว่างเพราะต้องช่วยเรื่องถ่ายคอนเท้นต์ลงในเว็บขอนแก่นน่าอยู่ เราเลยได้นั่งที่อีกทำเลนึงซึ่งมันไม่มีตัวอย่างสัญญาให้ดู ไม่มีข้อมูลก็เลยทำไม่ได้ แฟ้มสัญญาไม่ได้อยู่ที่นี่ พอเรามีโอกาสได้ทำส่งให้แกตรวจ อยู่ๆแกส่งมาด่าเราว่าทำไมไม่รีบทำให้หัวหน้าเซ็นตั้งแต่ตอนแกอยู่ขอนแก่นเลยล่ะ นี่ก็อธิบายๆๆๆไป เขาถามไม่มีใครพอจะดูให้ได้เลยหรอ ซึ่งมันไม่มีจริงๆจ้า วันนั้นไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย คือปกติเราจะต้องทำสัญญาแล้วส่งให้พี่คนนี้แหละตรวจเนื้อหาก่อน ทุกอย่างโอเคแล้วค่อยให้เจ้านายหรือหัวหน้าเซ็น เขากะจะให้เราทำแล้วให้หัวหน้าเซ็นเลยโดยที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจอะนะ? งง อยู่ดีๆกูโดนด่าเฉย อีกเหตุการณ์ถัดมาคือจะไปโอนบ้าน ซึ่งโครงการนั้นกู้ธนาคารมา ก่อนจะโอนเลยต้องขอปลอดจำนองออกจากธนาคารก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้ CFO เขาจะเป็นคนประสานงานกับธนาคารที่เราไปจำนองไว้ แจ้งขอปลอดจำนองล่วงหน้าแล้วบอกเขาว่าจะมีการโอนวันนี้ๆๆ พอถึงวันโอนเราโทรหานิติกรรม แกเข้าใจว่าโอนพรุ่งนี้ ก็เลยล่าช้านิดนึงเพราะแกต้องรีบวิ่งไปเอาเอกสารที่อีกอำเภอ(ยังไม่ได้ไปเอาเพราะแกเข้าใจว่าไม่ได้โอนวันนี้) ถึงมันจะล่าช้ากว่าเดิมสัก 1-2 ชั่วโมง แต่การโอนผ่านไปด้วยดี เราเอาเช็คไปเข้าทันเคลียร์ริ่ง แต่เชื่อปะ เราโดนด่าอีก 555555555555 เรื่องนี้มันผิดที่ใคร มันผิดที่คนประสานงานกับเขาแต่แรกรึเปล่า CFO อะ ไปคุยยังไงเขาถึงเข้าใจวันโอนผิด แล้วเราโดนด่าเหตุผลคือไม่โทรคอนเฟิร์มกับนิติกรรมก่อน นี่เหลืออดแล้วจริงๆ มีคนผิดมากกว่าเราแบบเต็มๆ แต่เราดันเป็นแพะที่โดน อีกคนไม่โดนเลย ถึงกับพูดไปว่า "จริงๆมันผิดมาตั้งแต่คนที่โทรนัดหมายกับเขาแต่แรกแล้วไม่ใช่หรอคะ" พี่เขาตอบกลับมาว่า "หนูจะบอกว่าหนูไม่สมควรโดนด่าถูกมั้ย แต่คือหนูก็ผิดไงที่ไม่โทรคอนเฟิร์มกับเขาก่อน" คือยังไงกูก็ต้องผิดสักเรื่อง 55555 พอวางสายเรื่องนั้นปุ๊บ เราแจ้งแกต่อเลยว่าหนูขออยู่ถึงสิ้นเดือนกุมภานี้ก็พอค่ะ คือมันแย่มาก แบบถ้าอยู่ถึงปลายมีนาจะเจออะไรอีกก็ไม่รู้ ลาออกมาเราแฮปปี้มาก(ก็คือปัจจุบันที่นั่งพิมพ์อยู่ตอนนี้ 555555) หางานใหม่เรื่อยๆนะ วันนี้ก็เพิ่งสัมภาษณ์ไป รายได้ดีเลยแหละ รอฟังผล แต่แอบกังวลเพราะตำแหน่งคือเซลล์ ส่วนอีกงานเป็นของบริษัทอสังหาคู่แข่งบริษัทเดิม 555555 เป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ แบบเดียวกับที่เราเคยทำซึ่งงานนั้นเราคล่องมากแล้ว จริงๆเขานัดสัมภาษณ์เราวันที่ 28 แต่มันเป็นวันทำงานวันสุดท้าย ไม่สะดวกไปสัมภาษณ์ เราเลยลองยื่นอีกตำแหน่งนึงไป เขาจำได้เลยโทรมาถามว่าว่างงานรึยัง มีติดงานติดอะไรอยู่มั้ย ยังสนใจตำแหน่งเจ้าหน้าที่โอนอยู่มั้ย นี่บอกสนค่ะๆๆ เขาจะหาวันสัมภาษณ์ใหแล้วโทรมานัดอีกที ถึงตอนนั้นค่อยเลือกว่าจะทำที่ไหน บ่นเรื่องงานไปเยอะมาก คืองานนี้ทำมา 6 เดือน เสียสุขภาพจิตมาก คือพี่ๆทุกคนใจดีกับเราและหวังดีกับเรามาก แต่มันก็มีความท็อกซิกอะ ฟีลเหมือนพ่อแม่ อะไรนิดๆหน่อยๆจับเรานั่งคุย นั่งเอดูเขต มันทำให้เราระแวงเวลาเห็นพวกเขาโทรมาอะ ในใจคือมีเรื่องอะไรอีก กูทำอะไรผิดอีกหรอ ที่พิมพ์ยาวๆไปคือยังไม่ใช่ทั้งหมดที่เจอนะ 5555 ในส่วนของเรื่องความรัก เราไม่พร้อมจะมีใครเลย ด้วยชีวิตที่ภาระและหน้าที่เยอะ อยากโฟกัสตัวเอง ทุกวันนี้ก็อยู่กับเพื่อน เหนื่อยก็เก็บตัวอยู่คนเดียว ดูซีรีส์ กรี๊ดนักแสดง เราว่ามันอาจเป็นจุดที่ลงตัวสำหรับเราแล้วก็ได้ ถ้าคบกับใครแล้วมันเหนื่อยมันทุกข์ เพราะตัวเองก็เป็นคนขี้หึงขี้ระแวง อย่าทำให้คนอื่นเขาหนักใจกับเราดีกว่า ไม่รู้ในปีนี้ทิศทางชีวิตเราจะเป็นแบบไหน จะไปจบที่งานอะไรเพราะตอนนี้กำลังหา อาจด้วยอาการป่วย เราร้องไห้ทุกวัน ร้องไห้ง่ายมาก แต่กัดฟันบอกตัวเองว่าเราผ่านทุกอย่างมาได้ขนาดนี้เลยนะ เจออะไรอีกก็คงผ่านไปได้เหมือนตอนนี้แหละ รักตัวเองมากขึ้นแล้ว ถึงจะยังดื่มหนักและดูดพอด แต่เริ่มออกกำลังกายแล้วนะ 555555 เริ่มไม่เอาเรื่องผู้ชายมาบั่นทอนละ ใจจริงไม่อยากปล่อยอะไรไปสักอย่าง ไม่ว่าจะผู้ชายหรืองานล่าสุด(ตอนลาออกแล้วอ่านแชทบอกลาจาก CEO เรายังร้องไห้อยู่เลย) แต่ถ้าเก็บมันไว้แล้วมันกัดกินจิตใจเราไปเรื่อยๆเราคงต้องปล่อยไปแบบช่วยไม่ได้ หวังว่าตัวเราในตอนนั้นจะยังคิดได้แบบนี้อยู่นะ กอดกัน อยู่ด้วยกัน ห้ามอยากตายเด็ดขาด เรายังมียาย มีชีวิตให้ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ รักเธอเสมอ ไม่ว่าใครจะรักหรือไม่รักเธอก็ตาม ตัวฉันเอง จุบุๆๆ

Load more comments

Sign in to FutureMe

or use your email address

Don't know your password? Sign in with an email link instead.

By signing in to FutureMe you agree to the Terms of use.

Create an account

or use your email address

You will receive a confirmation email

By signing in to FutureMe you agree to the Terms of use.

Share this FutureMe letter

Copy the link to your clipboard:

Or share directly via social media:

Why is this inappropriate?